ดิจิสโคป กับกล้อง DSLR

 

การ(อยาก)ทำดิจิสโคปบนกล้อง DSLR นั้นเป็นหนึ่งในคำถามที่นักเล่นกล้องสนใจมากที่สุด เนื่องจากนักเล่นกล้องทราบดีถึงราคา”เลนส์ยาว” ที่ราคาบางตัวนั้นต่อให้มีเงินเหลือใช้ ก็ยังต้องคิดหนักก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งขนาดและน้ำหนักของเลนส์ Telephoto เหล่านั้น ไม่ได้เอื้อต่อการต้องแบกไปเดินถ่ายภาพนก/สัตว์ป่าสักเท่าไร ดังนั้นเมื่อนักเล่นกล้องได้ทราบว่า สามารถทำการแปลงเจ้าสโคปดูนก น้ำหนัก/สนนราคาต่ำ (กว่าเลนส์ยาว) มาเป็น Super Telephoto Lens ได้แล้ว ก็ล้วนสนใจในเทคนิคนี้กันทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เป็นความจริงอยู่เสมอคือ “ไม่มีอะไรได้มาฟรีครับ” การนำกล้องสโคปดูนกมาแปลง หรือมาต่อให้กลายเป็นเลนส์อัตราขยายสูงนั้น ทำได้จริง แต่ก็มีข้อจำกัดกว่าเลนส์เทเลฯของผู้ผลิตเลนส์กล้องแน่นอน  อาทิเช่น F.Stop ที่สูง การโฟกัสแบบเมนวล (มือหมุนเอา) ไม่มีระบบ Image stabilizer ... สิ่งเหล่านี้คือข้อจำกัดที่ทุกท่านควรทราบก่อนตัดสินใจจะเล่นกับ”ดิจิSLRสโคป” ครับ (จะว่าไปแล้ว ผู้ผลิตสโคปหลายราย ก็เป็นผู้ผลิตเลนส์กล้องถ่ายรูปชั้นนำของโลก อาทิเช่น Carl Zeiss , Leica, Nikon, Pentax เป็นต้น ทำไมไม่มีใครยอมผลิตกล้อสโคปดูนกที่เป็น AF, IS ออกมาหนอ)

  ในบทความนี้ (จริงๆแล้วก็บทความดิจิสโคปทั้งหมดเนี่ยเลยครับ) ผู้เขียนต้องออกตัวก่อนว่าไม่รู้จริงทั้งหมด อย่างเช่นเทคนิคการใช้กล้องสโคปและเลนส์ตาสโคปแทนเลนส์กล้อง DSLR (ใช้ CCD บันทึกภาพเสมือนเรติน่าของตาคนเรา) นั้น ผมได้ทดสอบแล้วว่าบันทึกภาพได้จริงครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าสโคปทำหน้าที่เสมือนเลนส์เทเลฯกี่มิล. ไว้ได้คำตอบยังไงแล้วจะมาปรับปรุงในบทความอีกทีครับ

อุปกรณ์โฟโต้อะแดปเตอร์ ของ Zeiss ติดตั้งแทนเลนส์ตาของกล้อง Zeiss Diascope และมีเมาท์ต่อกล้องเป็นแบบ m42 (ซึ่งง่ายต่อการแปลงไปใช้กับกล้อง Nikon Canon, Olympus...) โดยเจ้าโฟโต้อะแดปเตอร์นี้จะแปลงกายให้สโคป Zeiss  กลายเป็นเลนส์

    * 1000 mm (85 FL)

    * 770 mm (65 FL).

โดยมี aperture ที่ F12 และ หากใช้กล้อง DSLR  ที่ไม่ใช่ Full frame ก็จะได้ conversion gain อีก (ตามยี่ห้อกล้อง)ครับ

ภาพที่บันทึกจะมีมีขอบดำครับ

ฝั่งกล้อง Kowa ก็มีอุปกรณ์ Photo Attachment เช่นกัน โดยมีให้เลือกทั้งแบบเลนส์ซูม และ Fix ครับ หลักการเดียวกัน คือใช้แทนเลนส์ตาของกล้องสโคป โดยจะแปลงสโคป  Kowa ให้กลายเป็นเลนส์ซูม 680-1000 mm. F 7.7-11.4 (เมื่อใช้กับสโคป Kowa 88 mm) สำหรับเลนส์ซูม (TSN-PZ ภาพซ้าย) และเลนส์ 950 mm. F10.8 (เมื่อใช้กับสโคป Kowa 88 mm) สำหรับเลนส์ Fix (TSN-PA2D ภาพขวา)

เทคนิคที่่ 1 การใช้เลนส์โฟโต้อะแดปเตอร์ หรือ Photo Attachment แทนเลนส์ตาสโคป

ผู้ผลิตสโคปชั้นนำหลายราย ได้ออกเลนส์เพื่อต่อสโคปเข้ากับกล้องถ่ายรูปโดยเฉพาะ โดยเปลี่ยนใส่แทนเลนส์ตาของกล้องสโคป โดยมักจะเรียกเลนส์ตัวนี้ว่า โฟโต้อะแดปเตอร์ หรือ Photo Attachment วิธีนี้สโคปจะทำหน้าที่เหมือนเลนส์เทเลโฟโต้แบบเมน่วลโฟกัส ที่มี Focal Length ระหว่าง 600-1,000 mm. (แล้วแต่ขนาดหน้าเลนส์วัตถุของสโคป) ความสามารถในการวัดแสงก็จะขึ้นกับตัวกล้องดิจิตอลครับ ง่ายๆก็คือถ้ากล้องตัวไหนใช้กับเลนส์มือหมุนแล้วยังวัดแสงได้ตามปรกติ ก็มาใช้ต่อกับสโคปวิธีนี้ได้ครับ

โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตสโคปจะผลิตตัวต่อระหว่างโฟโต้อะแดปเตอร์กับกล้องถ่ายภาพให้เป็นแบบเกลียวครับ (มาตรฐาน m42) ซึ่งผู้ผลิตก็จะมี Camera mounting แบบต่างๆ สำหรับใส่กับกล้องดิจิตอล DSLR ยอดฮิตยี่ห้อต่างๆ เช่น Nikon, Canon, Olympus, Pentax ได้ครับ

เทคนิคที่่ 2 การใช้สโคป+เลนส์ตา แทนเลนส์กล้องดิจิตอล

การบันทึกภาพจากกล้องสโคปด้วยกล้อง DSLR นี้ทำโดยการใช้ตัวกล้อง DSLR มาต่อกับอะแดปเตอร์ที่ต่อกับเลนส์ตาและตัวกล้องสโคปครับ โดยภาพที่ปรากฏลงบนจอ CCD ของกล้องก็จะเป็นแบบเดียวกับที่ปรากฎบนเรติน่าของตาเรานั่นแหล่ะครับ

การถ่าย ดิจิDSLRสโคปวิธีนี้ นักดิจิสโคปชั้นนำหลายคน และผู้ผลิตสโคปมีความเห็นว่า คุณภาพภาพจะอยู่ในระดับ”พอใช้”ครับ (ดีสู้แบบแรกไม่ได้)

ดิจิ SLR อะแดปเตอร์จากเวปไซด์ digiscopediary.com

เปรียบเทียบเทคนิคที่ 2 (ใช้เฉพาะตัวกล้อง DSLR) กับเทคนิคที่ 3 (ใช้กล้องและเลนส์กล้องต่อกับเลนส์ตาสโคป) และคุณภาพภาพที่แตกต่างครับ โดยพบบว่าถ้าใช้กล้อง ​+ เลนส์แล้วภาพจะมี contrast ที่สูงกว่า (ที่มา และรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ http://www.digiscopediary.co.uk/dslr.html

อะแดปเตอร์ต่อกล้อง DSLR ของสโคป Kowa TSN-82SV (ใส่กับเลนส์ตา Wide Angle)

เทคนิคที่่ 3 การใช้สโคป+เลนส์ตา ต่อเข้ากับ เลนส์กล้อง + กล้องดิจิตอล

เราลองมาดูข้อดี-ข้อเสียของการต่อตัวกล้อง DSLR ตรงเข้ากับสโคปดูนะครับ

ข้อดี

- ซูมของเลนส์ตาสโคปยังคงทำหน้าที่ปรับอัตราขยายภาพ

- แทบจะไม่มีขอบภาพดำ(vignetting) เกิดขึ้น

- การต่ออะแดปเตอร์กับกล้อทำได้ง่าย ต่อถ่ายสะดวก

ข้อเสีย

- aperture แคบครับ โดยอยู่ที่ประมาณ F14

- ระยะโฟกัสใกล้สุดอยู่ไกลมาก (จากที่ทดลอง ระยะโฟกัสใกล้สุดเกิน 10 เมตร)

  1. -ขอบภาพด้่านนอกจะเบลอ

สิ่งที่แปลก (ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียครับ)ข้อหนึ่งจากการทดสอบคือ อัตราขยายที่ได้จากการทำดิจิDSLR วิธีนี้คือ จะมีอัตราขยายเท่ากันครับ ไม่ว่าจะใข้กล้องฟูลเฟรม หรือ ไม่ฟูลเฟรม

การต่อกล้อง DSLR (400D + EF28-80) เข้ากับตัวกล้องสโคปด้วยดิจิสโคปอะแดปเตอร์ของกล้องสโคป ที่มีเกลียว 58 mm เพื่อต่อกับเลนส์ (ภาพและการทดสอบ digiscopediary.co.uk)

ต้องออกตัวก่อนครับว่า ผมไม่เคยทำการทดสอบวิธีนี้ด้วยตนเอง แต่การทดสอบเปรียบเทียบระหว่างเทคนิคใช้กล้องเปล่า กับ ใช้กล้องและเลนส์กล้องของ digiscopediary.co.uk ครับ จึงขออนุญาตเอามาเรียบเรียงครับ

ข้อดี-ข้อเสียของเทคนิคที่ 3 ครับ

ข้อดี

  1. -ตั้งความเร็วชัตเตอร์ได้สูงกว่าเพราะสามารถตั้งรูรับแสงของเลนส์กล้องให้กว้างได้

  2. -ระยะโฟกัสใกล้กว่าเทคนิคที่ 2

  3. -สามารถใช้เลนส์ตาสโคปในการซูมได้

ข้อเสีย

  1. -เมื่อต่อทั้งกล้องและเลนส์กล้องเข้ากับอะแดปเตอร์ทำให้เทอะทะ น้ำหนักมาก (โปรดมั่นใจว่าอะแดปเตอร์แข็งแรงพอ)

  2. -ถ้าตั้งเลนส์กล้องให้มีมุมกว้าง จะเกิดขอบภาพดำ

  3. -คุณภาพภาพ(น่าจะ)ต่ำกว่า เพราะจำนวนชิ้นเลนส์ที่แสงเดินทางผ่านมากกว่า

  4. -ไม่สามารถใช้เทคนิคนี้กับสโคปที่มีเลนส์ตาเล็กได้(ซูมยังไงก็ยังมีขอบดำภาพครับ

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้นะครับว่าจะเอา DSLR ตัวเก่งมาต่อเป็นดิจิDSLRสโคป หรือไม่ครับ

Outdoor Vision, พค.2552

www.outdoorvision.net

02-158-2866, 081-768-2866

 ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการผลิตภัณฑ์

มุมเสวนา

เวปบอร์ดร้านฯ